รวบสาวประเภท 2 หลอกชวนไปทำงานต่างประเทศ ผู้เสียหาย 30 คน

0
14

โดยเมื่อวันที่ 5 เม.ย.64 เวลาประมาณ 14.40 น. ได้มีผู้เสียหายหลายรายได้เข้ามาขอความช่วยเหลือ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) เกี่ยวกับคดีหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถจัดหางานหรือส่งคนไปฝึกงานในต่างประเทศและได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวง และฉ้อโกง ทางเจ้าหน้าที่ ทราบว่า ผู้ต้องหาคือ นายวิษณุ วิมุติ ทีอยู่ บ้านเลขที่ 28 หมู่ที่ 8 ต.ครึ่ง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งมีหมายจับของ ศาลจังหวัดอุดรธานี และศาลจังหวัดบึงกาฬ จากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาซึ่งเป็นสาวประเภทสอง พักอาศัยอยู่ที่แถวจังหวัดเชียงราย จึงได้ติดตามจับกุม

จากการสืบทราบว่า นายวิษณุฯ หลบหนีไปอยู่ที่เพื่อน ที่ บ้านสันหลวง หมู่ที่ 8 ต.แม่เปา อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย จึงได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านดังกล่าว พอไปถึง พบ นายวิษณุ ผู้ต้องหา ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน เมื่อ นายวิษณุ เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้วิ่งหลบหนี จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้วิ่งติดตามไปและสามารถควบคุมตัวได้ และควบตัวไปยัง สภ.เม็งรายเพื่อทำการสอบสวนและบันทึก และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้เสียหายซึ่งมีประมาณ 30 คน มูลค่าความมเสียหายประมาณ ล้านกว่าบาท ทราบว่า ผุ้ต้องหาจะใช้เฟสบุ๊คชื่อ “จิมมี่ คนหางานต่างประเทศ โพสเชิญชวนไปทำงานต่างประเทศ พอมีคนสนใจทักไป มันก็ให้เบอร์ติดต่อโทรคุย พอคุยแล้วก็ให้แอดไลน์ใว้คุยและส่งเลขบันชีโอนเงินค่าทำวีซ่า ค่าทำประกัน บางคนไปลงทะเบียนไว้ที่กรมแรงงาน ไว้แล้วมันก็แอบอ้างว่ามาจากกรมแรงงาน ติดต่อให้ไปทำงานที่ร้านนวดและมีงานสวนที่ประเทศออสเตรเลีย มันอ้างว่ามีพี่สาวอยู่ที่ออสเตรเลียแล้วมึสามีอยู่ที่ออสเตรเลียและ มันก็ให้คุยกับฝรั่งพูดไทยได้ติดต่อกันทางโทรศัพท์ แล้วก็แอดไลน์กันแล้วก็ติดต่อทางไลน์ แล้วได้ให้ข้อมูลส่วนตัวให้มันไป แล้วมันบอกให้โอนเงินค่าทำวีซ่า 25,000 บาท และมีคราประกันโควิทอีก 15,000 บาท โดยแต่ละคนจะโดนหลอกให้โอนไม่เท่ากัน แต่จะไม่ต่ำกว่า4-5 หมื่นต่อคน และยังทราบว่า ตัวผู้ต้องหาเคยโดนจับดำเนินคดีเดียวกันนี้ 6-7 คดี และเพ่งออกจากเรือนจำยังไม่นานมานี่และกลับมาทำพฤติการดังกล่าวอีก

ทางเจ้าหน้าที่ได้ฝากไปยังผู้ที่อยากไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการโฆษณาจัดหางาน และอาศัยความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในการชักชวนคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ให้จ่ายเงินเกินจริง และอ้างว่าสามารถพาไปทำงานได้ รวมทั้ง อ้างว่าทำงานในหน่วยงานของรัฐหรือเป็นบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย จะดีทีสุด ผู้กระทำความผิดจะดำเนินคดีตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 อย่างจริงจัง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ที่หลอกลวงคนหางานว่าสามารถหางานหรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศ จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000- 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าวโดย ณัฐวัตร ลาพิงค์ ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ จังหวัด เชียงราย

 

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here